สวัสดีกัลยาณมิตรทุกท่าน
หัวข้อนี้มาคุยกันต่อเรื่องกระแสจิตต่อเนื่องกับเรื่องที่แล้วครับ
แต่จะมาโยงกับลูกหลานเรา หมา แมว สมาชิกในบ้านที่เราต้อง
เป็นทาสมัน ต้องหาอาหารวันละหลายมื้อเพื่อพวกเขา
เราอยู่กับพวกเขาเคยสังเกตุไหมครับ เวลาเราจะไปเอาอาหาร
ถึงเวลาอาหาร หมาแมวเขาจะรู้เวลาเขาจะจ้องหน้า เข้ามานัวเนีย
คุณรู้ไหม เขากำลังรับกระแสจิตของเรา หมายถึงเขาจะรู้ความหมาย
ในชั้นที่ 1 บางส่วน เขาสัมผัสกระแสเราได้
ชั้นแรก ...... กระแสจิต / เจตนา (The Inner Signal)
ก่อนที่เราจะเปล่งเสียงพูดออกไป สมองและจิตของเราจะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นก่อนเสมอ
เจตนา .. ความตั้งใจว่าจะให้มันทำอะไร
มโนภาพ .. ภาพในหัว เช่น ภาพถาดอาหาร ภาพประตู หรือภาพการนั่งลง
มวลอารมณ์/ความถี่.. คลื่นความรู้สึกที่ส่งผ่านร่างกายออกไป
สัตว์เลี้ยงจะ "จับสัญญาณนี้ได้ก่อนเป็นอย่างแรก" มันรู้แล้วว่าเรากำลังต้องการอะไร หรือมีอารมณ์แบบไหน เข้ามาหาก่อนที่คำพูดจะหลุดออกจากปากเราเสียอีก
ชั้นที่สอง .... เสียงคำพูด / สัญญาณกายภาพ (The Outer Anchor)
เมื่อเจตนาถูกส่งออกไปแล้ว คำพูด (เช่น "มานี่", "กินข้าว", "หยุด") หรือกิริยาท่าทางของเรา จะทำหน้าที่เป็นตัวตัดสิน
ตอกย้ำความแน่ใจ เสียงพูดคือสิ่งที่ช่วยให้สัตว์แน่ใจว่า สัญญาณพลังงานที่มันได้รับเมื่อครู่นี้ คือคำสั่งสำหรับมันจริงๆ
สร้างความคุ้นเคย โทนเสียงและจังหวะการพูดช่วยยืนยัน
"ระดับความจริงจัง" ของเจตนานั้น
แล้ว หมา แมว ตอนฝันมันรับกระแสอย่างไร
เวลาหมาแมวนอนหลับ โดยเฉพาะช่วง REM Sleep
(ช่วงฝันที่ตาจะขยุกขยิก ขากระตุก หรือส่งเสียงครางเบาๆ)
กลไกการรับรู้ของพวกมันจะถูกตัดออกจากโลกกายภาพแทบจะสมบูรณ์แบบ—ตาปิดสนิท หูหยุดตั้งรับกลิ่นและเสียงรอบข้าง—แต่ทำไมบางครั้ง ขณะที่มันกำลังฝัน มันกลับสะดุ้งตื่น หรือเปลี่ยนอารมณ์ความฝันทันทีเมื่อเราเดินเข้ามาใกล้ หรือแค่นึกถึงมัน
นั่นเพราะในสภาวะฝัน พวกมันกำลัง "เชื่อมต่อผ่านจิตตสํานึกบริสุทธิ์" โดยไม่มีประสาทสัมผัสทางกายภาพมาคอยบดบัง
จิตของสัตว์ในสภาวะฝัน ... ไร้ตัวตน ไร้ภาษา
มนุษย์เราเวลาฝัน มักจะฝันเป็นเรื่องเป็นราว มีภาษาพูด มีเหตุผล และมีตัวตน แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงฝันเป็น "สภาวะอารมณ์และภาพจำ" ความฝันของมันคือการรีเพลย์มวลอารมณ์ เช่น ความสุขจากการวิ่ง ความกลัว หรือความอบอุ่น
จิตเปิดรับแบบไม่มีตัวกรอง เมื่อสมองซีกความคิดคุมสถิติหยุดทำงาน จิตของมันจะกลายเป็นเหมือน "จานรับสัญญาณที่เปิดโล่ง" สัญญาณกระแสจิตหรือพลังงานอารมณ์จากมนุษย์ที่อยู่ใกล้ๆ จึงวิ่งเข้าสู่จิตใต้สำนึกของมันได้โดยตรงโดยไม่มีประสาทสัมผัสกายภาพมาคอยคัดกรอง
การรับ "ภาพความคิด" ผ่านมิติสัญญา
ในโลกความฝัน ไม่มีระยะทางและไม่มีกำแพงห้อง ถ้ามนุษย์ส่งกระแสจิตเป็น ภาพ เช่น นึกถึงภาพมัน นึกถึงความผูกพัน
ภาพความคิดนั้นจะเข้าไป "ซ้อนทับ" ในมโนภาพขณะฝันของมัน
มันไม่ได้เห็นเราด้วยตา แต่จิตใต้สำนึกของมันเห็น "เงาร่างพลังงาน" ของเราปรากฏอยู่ในความฝันนั้นด้วย มันจึงรู้สึกปลอดภัย หรือรับรู้ได้ว่าเราอยู่ตรงนั้นเสมอ
"กระแสจิต" ระหว่างคนกับสัตว์ที่ถอดจิตฝันมีมุมมองทางจิตวิทยาและแนวคิดจิตวิญญาณหลายสายที่มองว่า ความฝันคือพื้นที่เจอกันของจิตวิญญาณเวลาคนเราหลับ หรืออยู่ในภาวะจิตสงบ ละอองจิตของเรากับหมาแมวที่ผูกพันกันมากๆ จะสามารถ "สื่อสารกันในระดับจิตบริสุทธิ์" ได้ง่ายกว่าตอนตื่นด้วยซ้ำ ตอนตื่น สิ่งกีดขวางคือ เสียงรบกวน สิ่งเร้า สายตาที่มองไม่ชัด หรือการสับสนทางกายภาพแต่ตอนฝัน ข้อจำกัดทางกายภาพทั้งหมดถูกยกเลิก หมาและแมวจะรับรู้กระแสจิตของเราได้ "ชัดเจนที่สุด" ในรูปแบบของความรู้สึก ความผูกพัน และมวลพลังงานที่แท้จริงที่เรามีต่อมัน
ก็มาสรุปกันครับ
หมาแมว สัตว์อื่นๆสามารถใช้กระแสจิตในการสื่อสาร ..กับมนุษย์
กระแสจิตจึงเป็นสื่อกลางมาตลอด แต่มนุษย์พยายามเลี่ยงที่จะ
ไปรับรู้เรื่องกระแสจิต อาจเป็นเพราะ .. ไม่รู้ .. ไม่ได้ศึกษา..
ปรับเปลี่ยนวิธีคิดแล้วเดินทางเข้าหาความจริงของสิ่งนี้เพื่อตัวท่านครับ
ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น