อริยวาส 10 .. เครื่องอยู่ ในการสนทนาธรรมของอริยเจ้า
สวัสดีกัลยาณมิตรทุกท่าน
หัวข้อนี้จะกล่าวถึง เราจะรู้ถึงคุณธรรมที่อริยเจ้าสนทนาธรรมกัน ไม่ว่าการพบกัน หรือกระทู้ธรรมต่างๆในสื่อกระแสต่างๆในปัจจับัน โดยอิงอาศัย อริยวาส 10 หลักธรรมะในพระพุทธศาสนาที่แสดงถึง "สภาวะจิตใจ" หรือ "คุณสมบัติ" ของผู้ที่บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ซึ่งเป็นธรรมที่อยู่จิตใจของพระอริยเจ้าอย่างสมบูรณ์แบบ มี 10 ประการ ดังนี้
10 คุณสมบัติแห่งอริยวาส
1. สนทนาโดยปราศจากอารมณ์ใฝ่ต่ำ (ปัญจังควิปปหีโน)
สภาวะในการคุย ละนิวรณ์ 5 ได้หมดสิ้น การคุยกันจึงไม่มีความง่วงเหงา (ถีนมิทธะ), ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ (อุทธัจจกุกกุจจะ), ความลังเลสงสัย (วิจิกิจฉา), ความอยากได้ (กามฉันทะ) หรือความหงุดหงิดขัดเคือง (พยาบาท) มาเจือปนเลยแม้แต่น้อย
2. รับฟังและสื่อสารด้วยจิตที่เป็นกลาง (ฉะฬังคุเปกโข)
สภาวะในการคุย มีอุเบกขาครองจิตผ่านทวารทั้ง 6 (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) เมื่อได้ยินเสียงคู่สนทนา ไม่ว่าจะได้รับคำสรรเสริญ คำถามที่ยาก หรือคำติติง จิตใจก็ไม่ยินดียินร้าย นิ่งสงบและรับฟังตามความเป็นจริง
3. พูดคุยด้วยสติกำกับตลอดเวลา (เอการักโข)
สภาวะในการคุย มีสติเป็นเครื่องคุ้มครองจิตอยู่ทุกขณะจิตที่เอื้อนเอ่ย ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่พูดด้วยความประมาท ทุกคำพูดผ่านการกลั่นกรองด้วยสติสัมปชัญญะอย่างสมบูรณ์
4. สื่อสารอย่างมีเหตุผลและรู้จักพิจารณาเลือกใช้ (จตุราปัสสิโต)
สภาวะในการคุย มีอปัณณกธรรม 4 ประการกำกับบทสนทนา:
เสพ: เลือกพูดและรับฟังเฉพาะเรื่องที่เป็นกุศล (ธรรมกถา)
เว้น: หลีกเลี่ยงเรื่องไร้แก่นสาร (ดิรัจฉานกถา)
บรรเทา: คุยเพื่อดับความเข้าใจผิดหรือช่วยปลดล็อกอกุศลจิตของผู้อื่น
อดกลั้น: อดทนต่อคำพูดกระทบกระแทกหรือสภาวะรอบข้างได้สบาย
สภาวะในการคุย: ถอนความยึดติดใน "สัจจะส่วนตัว" หรือทิฐิเดิมๆ ไปแล้ว การสนทนาธรรมจึงไม่มีการเอาชนะกัน ไม่มีการเถียงเพื่อยึดความเห็นของตนเป็นใหญ่ แต่เป็นการ "ลงรอยกัน" ในสัจธรรมแท้จริง
6. บทสนทนาไม่เป็นไปเพื่อการแสวงหาทางโลก (สมโวสัฏฐเสสโน)
สภาวะในการคุย: ละการแสวงหา (เอสนา) ทั้งหมด ไม่คุยเพื่ออยากได้ลาภยศกามคุณ (กามเวสนา), ไม่คุยด้วยความอยากเป็น/อยากยิ่งใหญ่ (ภเวสนา) และไม่คุยเพื่ออวดอ้างการปฏิบัติ (พรหมจริเยสนา)
7. คิดและพูดด้วยความเจตนาบริสุทธิ์ (อาวิลสังกัปโป)
สภาวะในการคุย: มีความดำริอันไม่คลุมเครือ สะอาดแท้จริง ทุกความคิดและคำพูดปราศจากความอยากในกาม ความพยาบาท หรือความเบียดเบียนผู้อื่น
8. บรรยากาศการสนทนาเต็มไปด้วยความสงบระงับ (ปัสสัทธกายสังขาโร)
สภาวะในการคุย: กายสังขารสงบระงับ กิริยามารยาท น้ำเสียง และการใช้วาจานุ่มนวล สงบนิ่ง ไม่โวยวาย ไม่กระโชกโฮกฮาก เป็นบรรยากาศที่สงบเย็นอย่างยิ่ง
9. คุยกันจากฐานของจิตที่หลุดพ้นแล้ว (สุปวิมุตตจิตโต)
สภาวะในการคุย: สื่อสารกันด้วยจิตที่ถอนรากถอนโคนจากราคะ โทสะ โมหะ บทสนทนาจึงเต็มไปด้วยเมตตา ปัญญา และความโปร่งเบาอย่างที่สุด
10. สนทนาด้วยความรู้แจ้งเห็นจริงร่วมกัน (สุปวิมุตตปัญโญ)
สภาวะในการคุย: มีปัญญารู้แจ้งในธรรมขั้นสูงสุดเหมือนกัน การพูดคุยจึงเป็นการสะท้อนและยืนยันสภาวะธรรมอันหลุดพ้นบริสุทธิ์ (วิมุตติ) ของกันและกันได้อย่างชัดเจน
ในการสนทนาธรรมในวงสนทนาของครูอาจารย์ ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกนอก อริยสัจ 4
ถามสารทุกข์สุขดิบกัน
/ ท่านเย็นหรือยัง /กายมันป่วยใจไม่ป่วยแล้ว / ร้อนแต่กาย ก็ปล่อยมันไป แต่ใจเย็นสบาย / เป็นต้น
แล้วเข้าสู่ธรรม อริยสัจ ตามอริยวาส 10 ปัญญารู้แจ้งในธรรมขั้นสูงสุด แสดงสภาวะธรรมอันหลุดพ้นบริสุทธิ์ (วิมุตติ) ของกันและกันได้อย่างชัดเจน
![]() |
| ภาพเพื่อประกอบ โดย AI |
ผู้เขียนเคยถามครูอาจารย์ ผู้บรรลุธรรม จะไม่พยากรณ์ตัวเอง แต่จะรู้ตัวเองแล้ว และจะรู้ผู้อื่นเมื่อแสดงธรรม เรื่องอริยสัจ 4 ที่ตนแจ้งแล้ว รวมถึง ผลสมาบัติ และ สัญญาเวทยิตนิโรธ ซึ่งสุดทางแล้ว
ผลสมาบัติ คือสุดทางของ อริยบุคคลแต่ระระดับ
สัญญาเวทยิตนิโรธ คือสุดทางของพระอรหันต์
การบรรลุธรรม ที่ถูกตรงนั้น เป็นเรื่องหาฟังอยาก อยู่ในวงจำกัด ไม่ใช่สำหรับทุกคนที่ได้ฟัง คนที่ได้ฟังได้รู้ ไม่มีโดยบังเอิญเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ยุคพระพุทธเจ้าแล้ว และเข้าเหล่านั้นก็บรรลุธรรม ตามเส้นทางกันมาไม่ขาดสายแม้จะไม่เข้าใจ แต่บุญบารมีพร้อมแล้วก็จะได้ฟัง ........ และเก็บไว้ในจิต ไม่หายไปไหน ตลอดอายุที่เหลือของสังสารวัฏ
ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านครับ




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น