วิหารธรรม ต้นทางแห่งสติและการตื่นรู้ของจิต

 สวัสดีกัลยาณมิตรทุกท่าน


ในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ เสียงรบกวน และแรงกดดันจากสิ่งแวดล้อมภายนอก จิตใจของมนุษย์มักจะล่องลอย เตลิดเปิดเปิง และซัดส่ายไปตามอารมณ์ต่างๆ ได้ง่าย ความเครียด ความวิตกกังวล และความฟุ้งซ่านกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแทบตลอดเวลา

 คำถามสำคัญคือ เราจะหาพื้นที่อันสงบและปลอดภัยให้แก่จิตใจได้อย่างไร คำสอนในพระพุทธศาสนาชี้ชัดไปที่การสร้าง วิหารธรรม ซึ่งเปรียบเสมือน บ้าน หรือ ที่พักพิงของจิต และเป็น ต้นทาง อันสำคัญยิ่งในการเจริญสติอย่างแท้จริง  วิหารธรรม จึงมีความหมายโดยสรุปว่า * ธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ของจิต * 









โดยธรรมชาติแล้ว จิตของมนุษย์มักวิ่งแสวงหาอารมณ์อยู่ตลอดเวลา หากไร้ซึ่งวิหารธรรม จิตใจจะเปรียบเสมือนคนไร้บ้านที่ต้องร่อนเร่ตากแดดตากลม ไหลไปตามสิ่งกระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ เกิดความยินดียินร้าย เกิดโทสะ ราคะ และโมหะได้ง่าย แต่เมื่อจิตมีวิหารธรรม จิตจะมี * ฐานที่มั่น * สำหรับพักผ่อน เป็นเกราะคุ้มกันไม่ให้อารมณ์ฝ่ายอกุศลเข้ามาครอบงำ และช่วยให้จิตมีพลังในการดำเนินชีวิตประจำวัน









สติ (ความระลึกได้) จะเกิดขึ้นอย่างมั่นคงและต่อเนื่องไม่ได้เลย หากไม่มี *ฐาน* ให้สติยึดเกาะ วิหารธรรมจึงทำหน้าที่เป็น ต้นทางของสติ ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้

เป็นจุดตั้งต้นในการดึงจิตกลับมา  เมื่อจิตหลุดไปคิดฟุ้งซ่านถึงอดีตหรืออนาคต วิหารธรรมจะเป็นป้ายบอกทางให้สติตระหนักรู้ แล้วหมุนจิตกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ

สร้างสมาธิและความสงบเนียนแน่น การที่จิตอยู่กับวิหารธรรมข้อใดข้อหนึ่งอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดการทำงานของความคิด นำไปสู่ความตั้งมั่น (สมาธิ) ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญให้สติมีความคมชัด

สะสมกำลังเพื่อการเกิดปัญญา  วิหารธรรมไม่ใช่เพียงแค่การนั่งหลับตาเพื่อความสงบเท่านั้น แต่เป็นฐานที่มั่นสำหรับขยับไปสู่การเจริญวิปัสสนา ทำให้สติสามารถเฝ้าสังเกตความไม่เที่ยง (อนิจจัง) ความเป็นทุกข์ (ทุกขัง) และความไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา) ของกายและใจได้อย่างชัดเจ









วิหารธรรมไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว แต่สามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับจริต นิสัย และความสะดวกของแต่ละบุคคล โดยรูปแบบที่นิยมและนำมาใช้อย่างได้ผล

อานาปานสติ (ลมหายใจเข้า-ออก)  เป็นวิหารธรรมที่ทรงพลังและคลาสสิกที่สุด เพราะลมหายใจอยู่กับเราตลอดเวลา ไม่ว่าจะนิ่ง เดิน ทำงาน หรือนอน เพียงแค่หวนกลับมารู้สึกถึงลมหายใจเข้าและออก สติก็จะเกิดขึ้นทันที

กายคตาสติ (การระลึกรู้กาย)  การใช้ร่างกายเป็นเครื่องอยู่ เช่น รู้สึกถึงเท้ากระทบพื้นขณะเดิน รู้สึกถึงสัมผัสขณะนั่ง หรือรู้ความเคลื่อนไหวของร่างกายในการทำกิจกรรมต่างๆ

พุทธานุสติและคำบริกรรม  การใช้บทบริกรรม เช่น *พุธโธ* หรือ *สัมมาอะระหัง* ผูกจิตไว้กับความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย ช่วยหยุดความคิดซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พรหมวิหาร 4 (เมตตาภาวนา)  การตั้งจิตให้อยู่ในอารมณ์ของความปรารถนาดี เมตตาต่อตนเองและผู้อื่น ทำให้จิตใจนุ่มนวล สงบ และแผ่กว้าง












การสร้างวิหารธรรม ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงเวลาเข้าวัดปฏิบัติธรรม หรือต้องนั่งขัดสมาธิเป็นเวลานานหลายชั่วโมง แต่เป็นการฝึกฝนที่จะ *กลับบ้าน* ในทุกๆ ช่วงเวลาของชีวิต ไม่ว่าจะขณะจิบกาแฟ เดินขึ้นบันได นั่งทำงาน หรือพักสายตา การน้อมจิตกลับมารู้สึกตัวอยู่กับวิหารธรรมเพียงสั้นๆ แต่ทำบ่อยๆ จะกลายเป็นการสะสมพลังแห่งสติอย่างมหาศาล









หลังจากวิหารธรรม  เส้นทางต่อไปจึงสรุปได้ดังนี้  ดังหัวข้อต่างๆที่ได้แสดงไว้แล้ว










ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่าน



อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม  

http://nat2436000.bloggang.com       ( เลือก  Group Blog )




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสียงเงียบในถ้วยชา ( เรื่องสั้น พุทธธรรมกับชีวิต 1 )

ไตรลักษณ์ กับชีวิตที่เป็น

นิพพาน แสดงสภาวะ ก่อนดับ / ดับ / หลังดับ