เจอ 1 ล้านคน อาจเกิดมาแล้ว มากกว่า 1,000,000 ชาติ

 สวัสดีกัลยาณมิตรทุกท่าน  


ในภพชาตินี้ หากได้พบเจอคน 1,000,000 คน นั่นอาจหมายถึงเราเคยเกิดมาแล้วอย่างน้อย 1,000,000 ชาติ 

เคยลองคำนวณเล่นๆ ไหมว่า ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรา ตั้งแต่วันที่เราลืมตาดูโลก เดินผ่านผู้คนตามท้องถนน นั่งร่วมห้องเรียน ทำงานร่วมตึก เดินสวนกันในห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่บังเอิญสบตากับใครบางคนบนรถไฟฟ้า... รวมๆ แล้วเราได้ พบเจอ ผู้คนมากแค่ไหน

หากประเมินอย่างคร่าวๆ ในยุคที่เมืองใหญ่เต็มไปด้วยความคึกคัก มนุษย์คนหนึ่งอาจพบเจอใบหน้าของผู้คนตลอดชีวิตได้มากถึง 1,000,000 คน ไม่ว่าจะเป็นการเจอกันเพียงเสี้ยววินาที หรือการได้ปฏิสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง และในทางพระพุทธศาสนา ตัวเลขล้านคนที่ผ่านเข้ามาในสายตาเรานี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือสะพานที่เชื่อมโยงไปสู่ความจริงอันน่าทึ่งเกี่ยวกับ วัฏสงสาร








องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ในพระสูตรหลายแห่งว่า น้ำตาที่ไหลออกของสัตว์แต่ละคนที่ท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏนี้ หากมารวมกัน ยังมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้งสี่  นั่นแสดงว่า การเกิดของเราไม่ได้เริ่มต้นที่ชาตินี้เป็นชาติแรก หากแต่เราวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏมาแล้วนับภพชาติไม่ถ้วน

พระพุทธองค์ยังเคยตรัสไว้อีกว่า เป็นของยากที่จะหาบุคคลผู้ไม่เคยเป็นมารดา ไม่เคยเป็นบิดา ไม่เคยเป็นพี่น้อง ไม่เคยเป็นบุตรหรือธิดากันมาก่อน ในสังสารวัฏอันยาวนานนี้

ดังนั้น หากในชาตินี้เรามีโอกาสได้พบเจอผู้คนมากถึง 1,000,000 คน นั่นย่อมเป็นเครื่องสะท้อนว่า เราคงต้องเคยผ่านการเกิดมาแล้วไม่น้อยกว่า 1,000,000 ชาติ! เพราะในแต่ละชาติที่เราเคยมีชีวิตอยู่ เราได้สร้าง สายสัมพันธ์ (ทั้งสายบุญและสายกรรม) ไว้กับผู้คนนับไม่ถ้วน และด้วยแรงแห่งกรรมเหล่านั้นเอง ที่ดึงดูดให้ผู้คนที่เคยผูกพันกันในอดีต ได้กลับมาโคจรมาพบเจอกันอีกครั้งในภพปัจจุบัน







ผู้ที่เดินสวนกัน (กรรมเบาบาง)  คนที่เราเห็นหน้าเพียงเสี้ยววินาทีแล้วก็ลืม อาจเป็นผู้ที่เราเคยเกิดร่วมยุคสมัยเดียวกัน เคยอยู่ในเมืองเดียวกันในอดีตชาติ แต่ไม่ได้มีความผูกพันใกล้ชิดกันมากนัก

ผู้ที่เป็นเพื่อน กัลยาณมิตร หรือผู้ร่วมงาน (บุญสัมพันธ์)  คนที่เกื้อกูล ให้โอกาส สนับสนุน หรือนำพาความสุขมาให้ คือผู้ที่เคยทำบุญร่วมกัน เคยเป็นกัลยาณมิตรหรือเกื้อกูลกันในภพก่อนๆ

ผู้ที่เป็นครอบครัว คนรัก หรือศัตรูคู่เวร (กรรมผูกพันเข้มข้น)  คนที่ทำให้เราสุขที่สุด หรือทุกข์ที่สุด คือผู้ที่มีสายสัมพันธ์ทางอารมณ์และกรรมอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะด้วยความรัก (รักข้ามภพชาติ) หรือด้วยแรงแค้น (คู่เวรคู่กรรม)







ไม่มีการพบกันใดในโลกนี้ที่เป็นเรื่องบังเอิญ ทุกใบหน้าที่เราได้มอง ทุกเสียงที่เราได้ยิน ล้วนมีสายใยแห่งกรรมในอดีตชาติคอยถักทออยู่เบื้องหลังเสมอ

เมื่อไรก็ตามที่เราก้าวเดินไปในสังคม แล้วมองผู้คนรอบข้างด้วยสายตาแห่งความตระหนักรู้ว่า คนๆ นี้อาจเคยเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง หรือเพื่อนสนิทของเราในชาติใดชาติหนึ่งเมื่อแสนปีก่อนหัวใจของเราจะอ่อนโยนลง ความโกรธ ความเกลียดชัง และความอคติจะลดน้อยลงโดยธรรมชาติ เพราะเราจะตระหนักได้ว่า เราต่างเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ในสังสารวัฏเดียวกันทั้งสิ้น






การได้เกิดมาเป็นมนุษย์ในชาตินี้ และได้พบเจอผู้คนมากมาย คือโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่เราจะได้ คลี่คลายปมกรรม และ ต่อสายบุญ

หากเราต้องเจอคน 1,000,000 คน จงเลือกที่จะส่งยิ้ม เมตตา และอภัยให้แก่กัน เพราะทุกๆ การกระทำในชาตินี้ จะกลายเป็นเหตุปัจจัยส่งผลต่อไปในภพหน้า และที่สำคัญที่สุด คือการนำเอาความจริงของสังสารวัฏนี้มาเป็นเครื่องเตือนใจ ให้เราไม่ประมาทในชีวิต เร่งเจริญสติ สร้างวิหารธรรมในใจ เพื่อที่จะไม่ต้องวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏอันยาวนานและเป็นทุกข์นี้อีกต่อไป







ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านครับ



อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม  

http://nat2436000.bloggang.com       ( เลือก  Group Blog )


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสียงเงียบในถ้วยชา ( เรื่องสั้น พุทธธรรมกับชีวิต 1 )

ไตรลักษณ์ กับชีวิตที่เป็น

นิพพาน แสดงสภาวะ ก่อนดับ / ดับ / หลังดับ