ไม่ว่า ยาก ดี มี จน จะสุขขั้นต่ำอย่างน้อย 3 ครั้งต่อวัน ( ตอนกินอาหาร )

 สวัสดีกัลยาณมิตรทุกท่าน


มนุษย์เราไม่ว่า ยาก ดี มี จน จะสุขขั้นต่ำอย่างน้อย 3 ครั้งต่อวัน (นั่นคือตอนกินอาหาร)

ในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การแข่งขัน และความกดดัน ผู้คนต่างไขว่คว้าหาความสุขในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่ บางคนรอคอยความสุขจากการได้ผลอนุมัติงานชิ้นโต บางคนรอคอยการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดยาว หรือบางคนตั้งเป้าหมายความสุขไว้ที่ความสำเร็จทางการเงิน จนบางครั้งเราอาจลืมไปว่า... ความสุขพื้นฐานที่สุดของชีวิต ถูกจัดวางไว้ให้เราแล้วเรียบร้อยในทุกๆ วัน





ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีฐานะเช่นไร จะเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน หรือคนหาเช้ากินค่ำ บทเรียนชีวิตที่เสมอภาคที่สุดประการหนึ่งคือ "มนุษย์เราทุกคนมีโอกาสสัมผัสความสุขขั้นต่ำอย่างน้อย 3 ครั้งต่อวัน" และช่วงเวลาแห่งความสุขนั้น ก็เกิดขึ้นง่ายๆ ในยามที่เราได้  * กินอาหาร *






1. ความสุขที่เท่าเทียม ไม่เกี่ยงชนชั้น

อาหารอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของราคาและวัตถุดิบ มื้อเช้าของบางคนอาจเป็นเพียงข้าวเหนียวหมูปิ้งข้างทาง ขณะที่บางคนเป็นอาหารเช้าสไตล์คอนติเนนทัลในโรงแรมหรู แต่อารมณ์ความรู้สึกเมื่อความหิวถูกเติมเต็มนั้น ไม่เคยแบ่งแยก

เมื่อท้องที่กำลังร้องเคาะจังหวะได้รับรสชาติของอาหาร ลิ้นสัมผัสได้ถึงความอร่อย และร่างกายเริ่มได้รับพลังงาน สมองจะปลดปล่อยสารแห่งความสุขออกมาเหมือนๆ กัน รสชาติของไข่เจียวร้อนๆ บนข้าวสวยในจานกระเบื้องเก่าๆ ก็สามารถมอบความฟินและความผ่อนคลายให้คนทำงานหนักได้ ไม่แพ้สเต๊กเนื้อพรีเมียมในร้านหรูหราเลยแม้แต่น้อย





2. ช่วงเวลาได้  พัก  จากโลกที่วุ่นวาย

ในหนึ่งวัน เราต้องรับมือกับเรื่องราวมากมาย ทั้งความเครียด ข่าวสาร และความคาดหวัง แต่เมื่อถึงเวลามื้ออาหาร—ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เติมพลัง มื้อเที่ยงที่ได้พักสายตา หรือมื้อเย็นที่ได้ทิ้งความเหนื่อยล้า—ช่วงเวลาที่เราเคี้ยวและลิ้มรสชาติ คือช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับปัจจุบันอย่างแท้จริง

การกินอาหารไม่ใช่แค่การเติมพลังงานให้ร่างกาย แต่คือ พิธีกรรมเล็กๆ ในการเยียวยาจิตใจ ให้เราได้ถอนหายใจยาวๆ แล้วบอกกับตัวเองว่า "อย่างน้อยตอนนี้ เราก็ได้อิ่มอร่อยแล้ว"






3. รสชาติแห่งการเชื่อมโยง

นอกจากความสุขทางกายจากการอิ่มท้อง มื้ออาหารยังเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ บทสนทนากลางโต๊ะอาหารกับครอบครัว เสียงหัวเราะกับเพื่อนร่วมงานในมื้อเที่ยง หรือแม้แต่การนั่งกินข้าวเงียบๆ คนเดียวพร้อมดูรายการโปรด ทั้งหมดนี้คือช่วงเวลาเติมเต็มความรู้สึกทางใจที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอวันละ 3 เวลา





องหาความสุขในจานอาหารตรงหน้า

หากวันนี้คุณกำลังรู้สึกเหนื่อยล้า ท้อแท้ หรือรู้สึกว่าชีวิตช่างหาความสุขได้ยากเย็น ลองลดสายตาลงมองจานอาหารตรงหน้าในมื้อถัดไป สูดกลิ่นหอม ลิ้มรสชาติอย่างพิถีพิถัน และละเมียดละไมกับมันสักนิด

เพราะต่อให้โลกภายนอกจะใจร้ายกับคุณแค่ไหน หรือชีวิตจะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายเพียงใด อย่างน้อยที่สุด คุณก็ยังมี ความสุขขั้นต่ำ 3 มื้อ ที่รอให้คุณเก็บเกี่ยวเสมอในทุกๆ วัน






ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านครับ



อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม  

http://nat2436000.bloggang.com       ( เลือก  Group Blog )



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสียงเงียบในถ้วยชา ( เรื่องสั้น พุทธธรรมกับชีวิต 1 )

ไตรลักษณ์ กับชีวิตที่เป็น

นิพพาน แสดงสภาวะ ก่อนดับ / ดับ / หลังดับ