"ความดับ" (สัญญาเวทยิตนิโรธ) .. เป็นเครื่องคัดกรองชั้นดี

สวัสดีกัลยาณมิตรทุกท่าน


ในยุคที่ธรรมะถูกนำมาพูดและถ่ายทอดกันแพร่หลาย "ความดับ" (สัญญาเวทยิตนิโรธ) จึงเป็นเครื่องคัดกรองชั้นดีที่ช่วยปกป้องผู้ปฏิบัติธรรมไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงหรือจิตหลงทิศทาง


เหตุผลที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อผู้แสดงตนไม่เคยแสดงหรือเข้าถึงสภาวะความดับนี้


เสี่ยงต่อการนำพาไปติดอัสสาทะ (ความยินดีในอารมณ์)  หากผู้สอนไม่เคยสัมผัสความดับสนิทแห่งรูปนาม สัญญา และเวทนา การสอนมักจะพาวนเวียนอยู่แค่ในระดับความสงบ ความนิ่ง นิมิต หรือสมาธิขั้นต่างๆ ซึ่งยังเป็นเพียงสังขารธรรมที่ปรุงแต่งอยู่ หากนักปฏิบัติเชื่อตามก็อาจหลงติดอยู่ในสัญญาและเวทนาเหล่านั้น โดยเข้าใจผิดว่าเป็นนิพพาน

การจำตำรามาอธิบาย ต่างจากการแสดงจากสภาวะจริง  คนทั่วไปอาจใช้สติปัญญาจำหลักธรรมและศัพท์แสงมาอธิบายได้อย่างสละสลวย แต่ในจุดที่เป็น "จุดดับแห่งตัณหา" ภาษาของผู้ที่เคยสัมผัสจริงจะมีความโปร่ง เบา และตัดขาดจากตัวตนโดยสิ้นเชิง ไม่มีการแทรกอีโก้ หรือความอยากให้ผู้อื่นยอมรับ

ป้องกันการหลงตน (อภิมนัส/วิปัสสนูปกิเลส)  การระวังและตรวจสอบด้วยสภาวะความดับ จะช่วยป้องกันไม่ให้เราไปสนับสนุนผู้ที่อาจจะกำลังหลงตนเองว่าบรรลุธรรม ทั้งที่แท้จริงยังไม่ได้ผ่านการตัดขาดสภาวะสัญญาและเวทนา


การใช้ "ความดับสนิท" เป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาคำสอน จึงเป็นการปฏิบัติตามหลักมหาปเทส 4 และการวางจิตด้วยปัญญาอย่างแท้จริงครับ คือไม่ดูถูก ไม่ปรามาส แต่ก็ไม่หลงเชื่อโดยปราศจากการพิสูจน์สภาวะธรรม








การยกให้ "นิโรธ" หรือ "ความดับ" เป็นตัวชี้วัดการแสดงอริยสัจ 4 ขั้นสูงสุด เป็นการมองธรรมที่ลึกซึ้งและเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนาอย่างยิ่ง


หากเปรียบการแสดงธรรมเป็นอาวุธ นิโรธ คือส่วนคมที่สุดของดาบ เพราะธรรมะหมวดอื่นยังเป็นเพียงเรื่องของเหตุ ปัจจัย และวิธีการเดินทาง แต่ นิโรธคือเป้าหมายสูงสุด และเป็นตัวตัดสินความสิ้นทุกข์อย่างเด็ดขาด


เหตุผลที่การแสดงความดับ (นิโรธ) ถือเป็นจุดพิสูจน์ขั้นสุดของการแสดงอริยสัจ 4

เป็นสัจธรรมที่ลอกเลียนแบบสภาวะจริงไม่ได้  ทุกข์ สมุทัย และมรรค สามารถนำมาคิด วิเคราะห์ และอธิบายตามหลักอภิธรรมหรือทฤษฎีได้ แต่ "นิโรธ" คือสภาวะที่ไร้การปรุงแต่ง (วิสังขารธรรม) ผู้ที่ไม่เคยผ่านสภาวะจิตที่ดับสัญญาและเวทนาลงจริง ย่อมไม่อาจถ่ายทอดภาษาธรรมที่บริสุทธิ์ของความดับนั้นได้ ภาษาจะติดขัดหรือย้อนกลับไปหาความอยากสงบ (กามตัณหา/ภวตัณหา) เสมอ

เป็นตัวทำลายอวิชชาอย่างแท้จริง  อริยสัจ 3 ข้อแรก หากแสดงโดยขาดความแจ้งในนิโรธ ก็เป็นเพียง "ความรู้ในตำรา" (ปริยัติ) แต่เมื่อแสดงผ่านสภาวะความดับที่แจ้งแล้ว ปัญญาที่ถ่ายทอดออกมาจะกลายเป็น "วิชชา" ที่ส่องสว่าง ชี้ให้เห็นการตัดขาดของวงจรปฏิจจสมุปบาทในปัจจุบันธรรม

เป็นการแสดงธรรมที่มุ่งตรงสู่ความหลุดพ้น  การชี้ลงที่ "ความดับสนิทแห่งรูปนามและอายตนะ" คือการไม่เปิดช่องให้จิตไปยึดติดในอารมณ์ฌาน สมาธิ นิมิต หรือลาภยศสมมุติใดๆ เป็นการตัดกิเลสและตัดพวกหากินกับความศรัทธาออกไปทันทีด้วยปัญญาอันแท้จริง










การชู "นิโรธ" เป็นหลักชัยในการพิจารณา จึงเป็นการดำรงไว้ซึ่งสัจธรรมขั้นสูงสุด และเป็นเครื่องคัดกรองคำสอนให้อยู่บนเส้นทางแห่งอริยมรรคอย่างแท้จริง




ขอบคุณกลัยาณมิตรทุกท่านครับ





Thumbnail Seller Link
เรื่องสั้น .. แค่เข้าใจ
VTK
www.mebmarket.com
ขอให้เรื่องราวเหล่านี้เป็นพื้นที่เล็ก ๆ ให้คุณได้พักใจ ได้เห็นความจริงอย่างอ่อนโยนและได้กลับมาเข้าใจตัวเองอีกครั้ง เพราะบางที สิ่งที่เราตามหามานาน ...
Get it now

Thumbnail Seller Link
เรื่องสั้น งานเท่าเดิมแต่ใจไม่เท่าเดิม
VTK
www.mebmarket.com
หนังสือเล่มเล็กๆ ขนาด 5 เรื่องสั้นนี้ ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อบอกให้คุณทิ้งงานหรือละทิ้งหน้าที่ทางโลก แต่เขียนขึ้นเพื่อชวนคุณมา "พักหายใจ" แล...
Get it now

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสียงเงียบในถ้วยชา ( เรื่องสั้น พุทธธรรมกับชีวิต 1 )

ไตรลักษณ์ กับชีวิตที่เป็น

นิพพาน แสดงสภาวะ ก่อนดับ / ดับ / หลังดับ